ภาพรวมพรีเมียร์ลีก – เกมวีค # 25


สุดสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษแชมป์ลิเวอร์พูลแพ้เป็นนัดที่สี่ติดต่อกันที่ “แอนฟิลด์” ซึ่งเป็นซีรีส์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานถึง 98 ปี ในเกมอื่น ๆ เชลซีล้มเหลวในการเอาชนะเซาแธมป์ตันในขณะที่ลีดส์อ้างว่าพวกเขาถูก “ปล้น” หลังจาก “อีควอไลเซอร์” ของแพทริคแบมฟอร์ดถูกส่งไปที่โมลีเน็กซ์ทำให้เจ้าบ้านของหมาป่าสามารถแซงคู่แข่งในตารางได้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเวสต์แฮมเอาชนะท็อตแนมฮอตสเปอร์ในลอนดอนดาร์บี้ด้วยกิจกรรมทั้งหมดในขณะที่เลสเตอร์ซิตี้เป็นราชาแห่งมิดแลนด์เมื่อพวกเขาเอาชนะแอสตันวิลล่า เริ่มต้นด้วยการทัวร์ชม “แอนฟิลด์” โดยละเอียดที่ตกใจกับกระสุนที่ลิเวอร์พูลต้องสูญเสียและบาดเจ็บที่เป็นอันตรายจนทำให้ความทุกข์ยากทวีความรุนแรงขึ้นในคืนวันเสาร์ เจอร์เก้นคล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล 0-2 เอฟเวอร์ตันต้องสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปโดยกัปตันจอร์แดนเฮนเดอร์สันได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและเพิ่มห้องรักษาที่ยุ่งอยู่แล้วในเมลวู้ดสนามฝึกซ้อมของลิเวอร์พูล เมื่อเวอร์จิลฟานไดจ์คยังคงออกมาเป็นเวลานานด้วยอาการบาดเจ็บระยะยาวเอโลเอลมาติปก็ไปในลักษณะเดียวกันเมื่อเร็ว ๆ นี้และอลิสันก็หายไปจากคาถาในช่วงฤดูกาลนี้จะทำลายการล่มสลายของนักวิ่งขึ้นในพรีเมียร์ลีก 6 ได้อย่างง่ายดาย สถานที่ยังไถ่ถอนเฉพาะในปัญหานั้น แต่นั่นอาจจะผิดและตอนนี้มีหลายอย่างที่ผิดพลาดเกิดขึ้นกับเมอร์ซีย์ไซด์เรด สำหรับครึ่งสีน้ำเงินถือเป็นลีกแรกที่แอนฟิลด์ในสหัสวรรษนี้เนื่องจากเป้าหมายของริชาร์ดสันและซิเกิร์ดส์สันสมควรได้รับชัยชนะอย่างสบาย ๆ เอฟเวอร์ตันจะผลักดันเพื่อนบ้านระหว่างเมืองของพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้มีคุณสมบัติสำหรับแชมเปี้ยนส์ลีกแม้ว่าอย่างน้อยก็ต่อสาธารณะคาร์โลอันเชล็อตติพูดถึง “กาแฟ” ที่ผ่านเข้ารอบยูโรป้าลีกเท่านั้น ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลจะมีปัญหามากมายอย่างถูกต้องเพื่อทำการแข่งขันในยุโรปในปี 2021/22 เนื่องจากมงกุฎของแชมป์เก่าไม่เพียงหลุดจากศีรษะของเขาเท่านั้น แต่ยังร่วงลงไปกองกับพื้นและพังลงมาเป็นพันชิ้น เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-1 ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ลอนดอนอนุสรณ์ดาร์บี้ที่ลอนดอนสเตเดี้ยมขณะที่เวสต์แฮมประณามสเปอร์สถึงความพ่ายแพ้ครั้งที่ห้าในหกเกม เกมดำเนินไปอย่างไม่ดีเกือบตั้งแต่นกหวีดแรกขณะที่มิคาอิลอันโตนิโอทำประตูได้ในช่วงเปิดห้านาทีเพื่อนำแฮมเมอร์ไปข้างหน้า นั่นไม่ใช่การจบสกอร์ แต่เป็นประตูที่สำคัญที่สุดของเกมเนื่องจากทำให้ทีมของเดวิดมอยส์ทำร้ายสเปอร์สจากการโต้กลับ สเปอร์สต้องออกมาปรับระดับในครึ่งหลังและดึงดูดให้แกเร็ ธ เบลทำแบบนั้น แต่อีกครั้งการทำประตูแรกทำให้พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล เอริคไดเออร์ออกกฎตัวเองเป็นครั้งที่สองพิสูจน์อีกครั้งว่าทำไมเขาถึงต้องเป็นกองกลางมากกว่ากองหลังเสมอโดยปล่อยให้บทความลินการ์ดเต้นรำไปทั่วท็อตแนมฮ็อตสเปอร์และล้มกองยิงด้วยเท้าซ้ายโดยฮูโกลอริสที่ทำอะไรไม่ถูก มูรินโญ่ต้องการให้เขาอยู่เคียงข้างเพื่อทำหน้าที่และยังล่อให้ Dele Ali มาช่วย ในท้ายที่สุดการกระตุ้นการรุกที่เพิ่มขึ้นนั้นให้ผลตามที่ต้องการโดยมี Kane, Son, Bale, Ali และ Lucas Moura ที่ทำประตูได้ Moura กองกลางชาวบราซิลพยักหน้าให้ Bale สเปอร์สตื่นเต้นและตื่นเต้นกับการพยายามตีเสมอ แต่ไม่สามารถผ่านการแสดงการป้องกันที่น่าทึ่งของคลันไรซ์ได้และแฮมเมอร์อยู่เก้าแต้มตามหลังคู่แข่งในลอนดอนและมีเพียงแต้มเดียวตามหลังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและเลสเตอร์ในการเป่านกหวีดสุดท้าย แอสตันวิลล่า 0-2 เลสเตอร์ซิตี้เกมสนุก ๆ ที่วิลล่าพาร์คสร้างความสนุกให้กับผู้มาเยือนเนื่องจากแอสตันวิลล่าถูกทิ้งไว้โดยไม่มีแจ็คเกรลิชสำหรับการไปเยือนมิดแลนด์คู่แข่งอย่างเลสเตอร์ซิตี้ เป็น “สุนัขจิ้งจอก” ที่เข้ามาในเกมด้วยแรงกระตุ้นบางอย่างและพวกเขาขึ้นนำก่อนหลังจากที่ฮาร์วีย์บาร์นส์เล่นบอลให้เจมส์เจมส์เมดิสันและอดีตเพลย์เมกเกอร์ของนอริชซิตี้ส่งเอมี่มาร์ติเนซจากริมเขตโทษด้านหน้า แกเร็ ธ เซาธ์เกตโค้ชทีมชาติอังกฤษ เลสเตอร์ขึ้นนำเป็นสองเท่าในไม่กี่นาทีต่อมาเมื่อฮาร์วีย์บาร์นส์ซึ่งอาจเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของเลสเตอร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมากลายเป็นผู้ทำประตู การยิงของเจมี่วาร์ดี้ทำได้เพียงแค่มาร์ติเนซและบาร์นส์เซฟไว้ 2-0 ในช่วงพักเบรก ครึ่งหลังใช้เวลาเพียงสี่นาทีเมื่อ Aston Villa หาทางกลับเข้าสู่เกมได้เนื่องจาก Bertrand Traore ฉลองการป้องกันเพื่อตอบโต้ด้วยศีรษะของเขา Casper Schmeichel ผู้รักษาประตูสามารถเข้าถึงบอลได้และฝ่ายเจ้าบ้านมีโอกาสสร้างโมเมนตัม ในขณะที่ Vi Villaa กำลังปรับระดับเลสเตอร์ไม่ได้สามคะแนนสำคัญและหากมีอะไรที่ดูอันตรายกว่านี้ ไฮไลท์ของเกมที่วิลล่าพาร์คสามารถพบได้ที่นี่: พรีเมียร์ลีกอังกฤษสัปดาห์นี้ # 25 ผลการแข่งขัน: หมาป่า 1-0 ลีดส์เซาแธมป์ตัน 1-1 เชลซีเบิร์นลีย์ 0-0 เวสต์บรอมมิชอัลเบี้ยนลิเวอร์พูล 0-2 เอฟเวอร์ตันฟูแล่ม 1-0 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-1 ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์แอสตันวิลล่า 1-2 เลสเตอร์ซิตี้อาร์เซนอล 0-1 แมนเชสเตอร์ซิตี้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 นิวคาสเซิลยูไนเต็ด

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

Premier League Review – Gameweek #24


At the start of the weekend, it was still all to play for in the Premier League as Liverpool were looking to solidify a place in the top three and put pressure on leaders Manchester City. By late on Saturday evening, the gap between last year’s top two was 13 points in favour of The Citizens, and a procession for Pep Guardiola’s side looks more than likely.With other big sides such as Leicester City, Manchester United and Chelsea all in action, who got the better of their opponents and which sides will be looking over their shoulders?Let’s take a look back at the action.Leicester City 3-1 LiverpoolA comprehensive defeat for Liverpool in the end, but a game where the result was in serious question until the last ten minutes of the match.The first half was largely forgettable from the neutral supporter’s point of view, save for Jamie Vardy spurning a couple of chances that the former Fleetwood Town man would usually finish with ease. The second half began very much in the same style as the first, Liverpool dominating the ball but creating little, with The Foxes happy to attack on the counter.With two-thirds of the game gone, the game burst to life, however, as Mo Salah scored from an exquisite Roberto Firmino drag-back in the box, Leicester’s resolute defence pried open in a crucial period of the game. Liverpool had to hold their lead for a little over 20 minutes but would take seven to simply fall apart.Leicester’s equaliser ironically came from a decision that they might easily have felt went against them, a penalty not being awarded but VAR revealing the challenge was outside the area and warranted only a free kick. Leicester’s James Maddison scored from the set piece, however, the ball evading everyone to nestle in the bottom corner.Three minutes later, the game had been turned on its head. Leicester’s Youri Tielemans put a floating ball into a dangerous area, but both defender Ozan Kabak and goalkeeper Alisson should have cleared but instead got in each other’s way to allow Jamie Vardy to run the ball into an empty net with glee. Four minutes more and the game was in the bag, Harvey Barnes on the breakaway coolly slotting home to condemn Liverpool to a third defeat on the bounce and the loss of their hard-won title now surely confirmed too.Manchester City 3-0 Tottenham HotspurJose Mourinho’s Spurs lost 3-0 to Pep Guardiola’s Manchester City in what was a clear victory for the champions elect.Seven points clear with a game in hand after their 23rd game of the season, it is hard to see anyone other than Guardiola’s side winning the Premier League this season, and in truth this is down to other sides and their failure to hit consistency rather than a stellar season from the Catalan’s side.At the start of the season, City began sluggishly, and were well beaten by both Leicester City and Saturday’s opponents Tottenham in a run of form that saw many disparage the Manchester side. There was no such insult flying around the Etihad Stadium before kick-off as city again swept aside a potentially dangerous opponent with the manner of champions.Ilkay Gundogan was behind many great moves for the league leaders and scored two goals and created another by going down for an early penalty, letting his leg trail into the path of Pierre-Emile Hojberg and drawing the foul like a meandering magician. City took full advantage, opening the scoring with glee and perhaps a dash of relief after seeing Tottenham striker Harry Kane smack the ball against the post in the minutes leading up to the goal. The second half was a procession, and it will no doubt infuriate Mourinho that he was unable to push his team to more action up the pitch, but in turning to late substitutes Dele Alli and Gareth Bale, he is like a poker player who has shown his hand, and City had predicted exactly how the Portuguese would play it.City march on, but Spurs look in freefall and if they don’t beat City to win the EFL Cup in April, Mourinho may be looking at having to win the Europa League to save his job.Gameweek 24 English Premier League Results:Leicester City 3-1 LiverpoolCrystal Palace 0-3 BurnleyManchester City 3-0 Tottenham HotspurBrighton & Hove Albion 0-0 Aston VillaSouthampton 1-2 Wolverhampton WanderersWest Bromwich Albion 1-1 Manchester UnitedArsenal 4-2 Leeds UnitedEverton 0-2 Fulham

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

Soccer Isn’t Blameless in Its Culture of Abuse


This time, it was Yan Dhanda. A few days ago, it was Axel Tuanzebe and Anthony Martial. Before that, it had been Alex Jankewitz and Romaine Sawyers. It happened to Lauren James, and to her brother, Reece, too. So pernicious, so constant is soccer’s problem with racist abuse that it is, at times, hard to keep up.Almost all of these cases echo what Dhanda experienced on Wednesday night: The names and the details can be changed, but the themes are the same.That evening, the 22-year-old Dhanda played for his team, Swansea City, in an F.A. Cup match against Manchester City. Swansea lost, 3-1. After the game, Dhanda checked his Instagram account. And there, waiting for him, was a racist, abusive private message.The incident was reported to the South Wales police. Both Swansea and Manchester City condemned the abuse, and pledged to aid the investigation. Various voices from within soccer offered their sympathy and support for Dhanda, one of only a handful of players of South Asian descent at the highest level of the game.This is what happens, every single time. Sometimes, the target of the abuse is sufficiently high profile that it catches the public’s attention. Sometimes, the player is not. Sometimes the news media calls for action. Sometimes, it does not. Sometimes, the culprit is charged or punished. Sometimes, they are not.That these incidents keep coming — there will be another this weekend, and the weekend after that, and on and on, the sport sinking ever lower but somehow never finding the bottom — is abundant proof that following the same playbook is no longer enough. All of the club statements and official condemnations and well-meaning hashtags do nothing whatsoever to stanch the flow of abuse.A sense of soccer’s powerlessness is, slowly, dawning on the sport. The game’s authorities in England — and across Europe — have launched and relaunched various campaigns in recent months, an attempt to demonstrate, particularly in the aftermath of last year’s Black Lives Matter protests, that this is an issue they are taking seriously.This week, they went a step further. In a letter signed by representatives of the Premier League, the Football League, the Football Association, the bodies representing players, coaches and referees, as well as the anti-discrimination charity Kick It Out, and sent to Mark Zuckerberg and Jack Dorsey, the chief executives of Facebook and Twitter, soccer’s power brokers called on the social media giants to “take responsibility” for the hatred published on their platforms.They were right to do so. Soccer is not the first, or by any means the most important, field of human endeavor that has found social media companies troublingly slow, if not downright unwilling, to take on both the promulgation of hate speech and some liability for the toxic content their forums enable.Twitter and Facebook — the owner of Instagram — are not merely the stages on which this battle is being fought; they are, inadvertently or not, helping to arm one side. What they could do is, perhaps, more complex than it might first appear; abandoning the right to anonymity, for example, could prove disastrous for those who rely on it to express opposition to oppressive regimes around the globe. But the companies have the capacity to block accounts, to filter content, to more readily share the data of offenders with the police. It is not too ambitious to ask them to do something.And yet there is an irony in soccer’s appeal to Silicon Valley. Social media has, for years, abdicated its responsibility for policing even the most discriminatory content by claiming — effectively — that it is the conduit, not the source. Racism, in that line of thinking, is not a social media problem; it is a societal one. It is precisely the same comforting logic that soccer has used for so long to excuse its own inaction.Racism is, of course, not just a problem in soccer, just as it is not merely a problem on social media. There is not something unique in soccer fans that makes them more prone to racism. Soccer fans are just people — same as people who like gardening or “Star Trek” or cats — and as long as some people are racist, some soccer fans will be.The same is true of social media users, and yet in neither case does that quite tell the whole story. In the case of social media, it is not just that the anonymity of the screen gives free rein to users who wish to spread their sincere and repulsive hatred, but that its timbre incentivizes the breaking of taboos: edgelords seeking clout by saying the unsayable.It is the same for-the-lulz culture that gave the internet message board 4Chan such an outsize influence on our political and cultural lives; it created the sense, as Amanda Mull put it in The Atlantic — in a piece, oddly, about viral videos of disgusting foods — that “everything on the internet is a joke until it’s not anymore.”In the case of soccer, it is not that the sport itself is a magnet for racists. It is that it provides rich soil in which all sorts of weeds can grow.Its inherent tribalism can generate passion, loyalty and love, but it also gives root to hatred, anger and despair. At a time when Britain has a prime minister whose past use of racist language did not prevent his rise to the nation’s highest office, when the country has spent five long years in a culture war stoked by anti-immigrant sentiment, and when the population has spent months locked indoors, growing frustrated and afraid, it is perhaps a sad inevitability that soccer should be the vent for people’s darkest, angriest thoughts.But if that sounds as if it is absolving soccer of blame — a reiteration of the idea that racism is a societal problem, not a sporting one — it is not. Soccer might not be able to solve racism, but it can certainly address the more general culture of abuse it has not just allowed to fester, but also been actively complicit in cultivating, for decades.Mike Dean, one of England’s most experienced — and therefore least popular — referees, will not take charge of a game this weekend. He has asked to be excused from Premier League duty after his family received death threats on their private social media accounts after his decision to send off West Ham’s Tomas Soucek in the dying minutes of a draw with Fulham last week. (Those threats, too, have been reported to the police.)There is a connection here to the racism experienced by Dhanda, Sawyers, James and the countless others, just as there is to the sexist abuse directed at the former England international Karen Carney by Leeds United fans for daring to venture an opinion with which they happened to disagree.The link is that soccer indulges and, at times, even directs abuse. It can be obvious — the official Leeds Twitter account, and then the club’s owner, drew its fans’ attention to Carney’s comments in what was a fairly brazen attempt to gather the pitchforks — or it can be more subtle.All those times managers pin the blame for defeat on a referee’s marginal call. All those times fans single out a player as solely responsible for disappointment. All those times the news media declares a club that has lost a couple of games to be in crisis, all those clickbait headlines and opinions designed specifically to provoke, all those hate-reads: They are not death threats, and they are not racist abuse, but they help to sustain the environment in which such threats thrive.It is here that soccer is responsible, here that soccer — and the industry that surrounds it, of which, yes, we as journalists and consumers are a part — has some agency. It is right for soccer to contact the social media giants. It is right for it to redouble its efforts to convey a lack of tolerance for racism, sexism or death threats against referees.But to give it all the best chance of working, the sport must also seek to lower its own internal temperature a little, to be conscious of the roads it allows itself to be drawn down, to ask if it is necessary to treat defeat as disaster, if it could do a little more to inculcate a healthier environment, if it must continue to accept abuse as the dark consequence of passion.Worth a ShotIt is barely a movement. It is not a feint, not really: just the slightest hint of one. A quick, hardly perceptible twitch of Bruno Fernandes’s body was enough to make Tom Davies shift, an inch or two, no more, to his right. A beat before, Everton’s defense had blocked off all of the paths, all of the channels. And now, all of a sudden, Fernandes had all the space in the world.No player in the Premier League has an attacking output quite so impressive as Fernandes, Manchester United’s slow-burn talisman: Combine goals and assists and chances created and key passes played, and Fernandes is the most effective creative player in England. His team, it should be no surprise, has scored more goals than any other in the top division, too.His wonderful goal in last weekend’s 3-3 draw with Everton offered, perhaps, a clear example of the relationship between those two things. It is not just the fact that Fernandes is sufficiently talented that he could try it — his execution was brilliant, the artful curve and dip of his shot, carrying it up and over and past Robin Olsen, the Everton goalkeeper — but the fact that he did try it.There is a dogma in modern soccer that actively discourages shooting from range. It is, in the current, data-suffused thinking, deeply inefficient. Players are encouraged to work the ball relentlessly into the most promising areas: If no gap for a killer pass appears, it is better to turn around, go backward, choose another angle of attack. Patience is pre-eminent. Trying your luck from distance is seen as the final resort, a last refuge for the damned.None of that is wrong, but it does ignore one simple — but crucial — truth of the game. Against a well-organized defense (which is, these days, most of them), a team cannot always wait to find gaps; it has to create them, too. They appear when a defensive line is drawn from its shape. And, at the risk of oversimplifying, the traditional way of doing that is to coax a player into breaking ranks to close someone down.A refusal to shoot from range, then, creates a checkmate. The defending team has no reason to break its shape, because it knows the attacking team does not want to shoot from distance. The attacking team does not want to shoot from distance, so finds that gaps tend not to appear.Fernandes — and to some extent his teammate, Paul Pogba — proves that it is worth indulging the inefficiency. Not simply because they are talented enough to make those shots count, but because the very prospect of those shots forces opponents into action. Davies had to close down Fernandes to stop him from shooting. And in that moment, the line broke, and all of a sudden, Fernandes had all the space in the world.It is hard to pick the best example to encapsulate the absurdity of it all. It feels, at the moment, as if it is probably the fact that Atlético Madrid will travel farther for its “home” leg of its Champions League round-of-16 match against Chelsea — to be held in Bucharest, Romania — than it will for the “away” leg, currently scheduled for London.But that could be superseded in the next few days, according to The Times of London, by RB Leipzig’s meeting Liverpool in the Hungarian capital, Budapest, for its home leg and then, three weeks later, playing the return leg in … the Hungarian capital, Budapest.It was inevitable, really, that at some point the coronavirus-related travel restrictions that entangle Europe would catch up with soccer’s pan-continental competitions. In a way, it is encouraging that at this point it is only the games involving English teams that are affected. (Arsenal’s trip to Benfica has been rerouted to Rome, Manchester United’s visit to Real Sociedad is now a journey to Turin, and Manchester City will play Borussia Monchengladbach in Budapest, at least once.)This raises several pertinent questions. First, how can you justifiably apply the away goals rule if nobody is really at home? Second, does this not impact the integrity of the competition? And third — a recurring theme, where soccer’s response to the pandemic is concerned — did nobody stop and think about this stuff before it happened?It is too late, not to mention too expensive, to consider an alternative format for both the Champions League and the Europa League, similar to the one-and-done tournaments in Portugal and Germany last summer, but it is hard to avoid the suspicion that would have been the sensible approach to take in the circumstances.Both competitions will endure, rolling with the punches as best they can, testament to soccer’s indefatigable determination just to keep on going. But the more complex they become, the more Byzantine and contorted the measures required to keep them on the road have to be, the more you wonder if it is worth it.CorrespondenceThe issue of identity — and the idea of a soccer club standing for something — seems to have touched a nerve. Benjamin Livingston cited the extremely pertinent example of West Ham, a club with a proud tradition of playing in a certain way but currently enjoying its best season in years thanks, in part, to a style that deviates (a little) from that.“It’s not that I think they’re playing bad football,” he wrote, “but it’s funny how no one seems to talk about the ‘West Ham Way’ when they’re doing well. I think most fans just want to win games.”That is true, of course: Victory masks quite a lot of sins (not that West Ham is guilty of sinning). But not always, and not forever, as Fernando Gama neatly encapsulated. “A single loss can wreak havoc if there’s no playing style,” he wrote, citing an example that in no way exposes anyone to one of the fiercest, most deep-rooted enmities in sports.“Boca Juniors has won the two [Argentine] national tournaments in 2020. River Plate has won none. Yet Boca has been constantly facing upheaval, divisiveness and infighting. The fans are always discontent, and the ex-players in charge of the football section of the club at war with the players. There are many reasons for that, but I believe most of it is down to the lack of a clear philosophy.”“Not even winning championships can stabilize a club without one,” he continued. “A single game can completely destroy the club. Having an identity seems to be not only a good thing to cushion defeats, but has become also important enough to be on equal terms (at least) to winning championships.”This is the point I wanted to make last week, but could not quite reach. As a consequence, I believe I now have to hand control of this newsletter over to Fernando. It’s been a good run.Andrew Russell, meanwhile, raises an important question. “Even after watching the Amazon series on Leeds and Manchester City, it is not clear to me how anyone would explain the respective philosophies of Marcelo Bielsa and Pep Guardiola. How is an ordinary fan to know which philosophies are effective, or even profound, and which are hand-waving and hot air?”It is, admittedly, hard to tell. I wonder if, to some extent, the proof of the pudding is in the eating: Does the team have an identifiable, characteristic style? But maybe, in a way, it doesn’t matter too much. The key thing with a philosophy is that the fans can believe in it, in a way that they can’t with, say, José Mourinho’s approach — he has a “distinct” philosophy, too, as Sam Clark mentioned, but one that fans do not appreciate.That is, in part, because of its inherent caution, but also — to refer back to Fernando — because it is innately utilitarian: Mourinho’s style looks to results for validation, and therefore is exposed as soon as results turn.

เกม คาสิโน ได้เงินจริง
เกม คาสิโน ออนไลน์
คาสิโน ใหม่ ล่าสุด
คาสิโน ออนไลน์ สล็อต
เฮง เฮง คาสิโน

The Secret Coach: Seven free players who could move to Premier League this summer


With the January transfer window closing around Europe, plenty of big names with just months left on their contracts will be looking for a new club this summer.These superstars of the game include Lionel Messi, Zlatan Ibrahimovic and Angel Di Maria, but could these players and more move to the Premier League? Let’s take a deeper look with the help of our contact in the sport, The Secret Coach.The Secret Coach is a professional football coach in English football… who will remain anonymous. The Secret Coach has worked with some of the biggest names in the game, been through the coaching badge courses and is currently part of the coaching team at an English league side… and that’s all we’re telling you. As ever, this week, The Secret Coach pulls no punches!Last week, we talked about who might win this season’s UEFA Champions League, but this week, it’s some of the many stars who have graced the tournament who will be looking for a new club in just a few months. We have to start with Lionel Messi. After dominating La Liga, it looks like the mercurial Argentinian might be on his way to Manchester City in the summer. What does The Secret Coach think he’ll bring to the Premier League and will he be as effective as he is in Spain?“I can’t wait to see him in the Premier League!” says TSC. “It will answer questions on who is the best – him or Cristiano Ronaldo. Messi has been a fantastic one-club man club and achieved so much. He’s a fantastic player but Ronaldo has been in four countries and achieved it all, so to see how Messi would get on in Prem would be amazing. Ronaldo has done a cold wet evening on the South Coast and delivered – can Messi?”Lionel Messi is currently 3/1 to sign for Paris St. Germain and 7/2 to sign for Manchester City. One of the youngest players who is currently looking like he’ll be available ‘on a free’ is Italian goalkeeper Gianluigi Donnarumma, aged just 21. It feels like every club could do with him joining them, but who could use him most and where would he suit?“He’s interesting – a good keeper for sure and young, but a few clubs have tried and failed to sign him and I wonder why.” Says TSC. “I haven’t seen any ‘Big Six’ sides try to sign him on a pre-contract basis. I feel there are better keepers.”One to avoid, maybe. Memphis Depay is one of two ex-Manchester United names on our radar, but could the Lyon player really make it in the Premier League second time around or does The Secret Coach think he’d rather play for a La Liga side such as Barcelona?“Depay didn’t hit the heights that he promised at United, but like all good players, he didn’t let it affect him and has gone away and reestablished himself for club and country, showing the form that got him his United move. The question for me is whether he wants to prove the doubters and himself to some degree wrong and show that he can make it in the best league in the world. He’ll either do that or cash in on his good form and go to Spain.”Angel Di Maria also spent a year in the EPL but has since been one of PSG’s star performers in Ligue 1 and the Champions League. Is there a way the gifted Argentine could make it in the Premier League and if so, which team would suit him best?“He’s a talented player,” says TSC. “I personally feel he is not suited to the physical nature of the Premier League as he showed in his spell at United. It feels like he’s been around for so long and at big clubs, too. I’m not sure if any of the current top six would take him.”Someone else who has played for Real Madrid is Galacticos lifer Sergio Ramos, who seems to have played the Premier League off against Real Madrid in a bid to get another contract more times than he’s been red carded in his career… and that’s saying something. What if Ramos really did come to the Premier League?“A love him or hate him player! If you play with him, he’s loved as he is a good defender who can score goals and has a winning mentality. If he’s not on your team his ‘dark arts’ and desire to win can be frustrating and annoying for others as can his competitive nature.”Ramos has a combative style that might suit the Premier League, but The Secret Coach thinks that he might pay for that aspect of his game more than it counts for him.“With his red card count, could he spend more time on the sidelines? I’d love him in the Premier League, again to see how a one club player at the top of his game can cope in another league. I’d liken him more to Thiago Silva in his consistency rather than a David Luiz-type, but I think London clubs might be tempted!”PSG winger Julian Draxler has weirdly never played for a Premier League club. In a league where wingers are so highly valued, could he make a real difference at the age of 28?“He’s a good player that’s been off the radar since moving to PSG. I like his energy and potential as a goalscorer; I can see a ‘Big Six’ side taking a punt on him as a squad player, but not a starter as the Big Six are full of good midfielders and wingers. Could the middle pack like Leicester make him a star?”Finally, we have to talk about Zlatan. Legendary former Manchester United and current A.C. Milan striker Zlatan Ibrahimovic may be in his late 30s, but he was brilliant at Old Trafford a few years ago. Does the Secret Coach think he star for a Premier League club if he came back… and would he want to?“The man is a legend! Even at his age who would not want him? He proved at United as he has done at Milan he can score goals regularly. I’d love to see him back but would he go to a team who aren’t in the Champions League? I would imagine it would be a last season for him, but he’s a great player who I love to watch. He suits the Premier League as he is physical and clever and can score a range of goals, but I can’t see him moving, especially if Milan beat Juventus to the Serie A title.”And that’s all this week from The Secret Coach, who will be back next week here on Calvin Ayre.Imagine Zlatan back at a Premier League club. We’d all enjoy seeing another set of highlights like this from the superstar Swede!

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

Manchester City Routs Liverpool, Confirming the Obvious


To cope, Klopp has deconstructed his midfield, drafting first Fabinho and then Jordan Henderson into the back line. The team has lost its rhythm. A swarm of other injuries — Thiago Alcantara and Alex Oxlade-Chamberlain missing the first third of the season, Diogo Jota and Naby Keita the middle third, the usual wear-and-tear of a long, hard campaign — has left him with little choice but to play those members of his squad who were left standing.In those circumstances, trying to inculcate a new style of play is hardly realistic. Liverpool does need to evolve; with its resources, it should not be in a position where it is fretting about whether it can fend off West Ham, Everton and, possibly most pertinently, a surging Chelsea to finish in the top four. But in terms of retaining the title, it did not so much meet a setback as run into a roadblock.There is a useful contrast, here, with its most recent conqueror and its heir apparent. So entwined have been the fortunes of Liverpool and Manchester City over the last three years that there is now a temptation to see them as being somehow inextricably linked, the success of one taken as a direct indictment of the other’s failure.This season only seems to reinforce the parallel. Liverpool’s struggles this year do not perfectly match those City faced in the last one: Where City was volatile, scoring great rafts of goals only to freeze completely every few weeks, Liverpool’s fade has been a slow-burn demise, set in motion even before the title was won, the team sputtering through the autumn and only stalling completely at Christmas.But at first glance, the cause and the effect are the same: the lack of defensive cover, the oxygen debt to be paid after two seasons at the most rarefied heights, the sense of a wall being hit, all of it coalescing as Manchester City ran rampant at Anfield on Sunday, the pendulum swinging irrevocably back toward Pep Guardiola’s team.There is an easy explanation for that, too. Last summer, Guardiola and his employers knew their team needed more steel. City had lost nine games the previous season, its efforts to win a third straight title undone not only by Liverpool’s relentlessness but by its own glass jaw.

เกม คาสิโน ได้เงินจริง
เกม คาสิโน ออนไลน์
คาสิโน ใหม่ ล่าสุด
คาสิโน ออนไลน์ สล็อต
เฮง เฮง คาสิโน

Premier League Review – Gameweek #22


The English Premier League is the most entertaining league to watch in the world every weekend, and February kicked off in stunning style as Manchester United dropped a two-goal lead for only the fourth time in Premier League history at home to Everton.Elsewhere, there was a damaging defeat for Arsenal and a controversial red card for Tomáš Souček as talking points seemed to come in every game.Let’s catch up on exactly what happened up and down the country in the best football league on Earth.Manchester United 3-3 EvertonA dramatic game at Old Trafford saw Ole Gunnar Solskjaer’s side pegged back in the title race after a late equaliser gave Carlo Ancelotti’s Everton a share of the spoils.An incredibly open game could easily have seen the sides level at half-time, but it was United who went into the break with a two-goal lead, courtesy of goals from Edinson Cavani and Bruno Fernandes, though a lot of credit should also be given to Marcus Rashford for a wicked ball in that was begging to be headed home by the obliging Uruguayan.United scored their second when Bruno Fernandes, celebrating a year at Old Trafford by averaging a goal involvement (goal or assist) in every one of his 37 games, smashed in a looping shot-cum-lob that looked to have given United an unassailable lead.That wasn;t the case, however, and just like in 2012, it was Everton who broke United supporter’s hearts. Back then, a 4-4 draw masterminded by David Moyes allowed the ‘Agueroooo’ moment a few days later to confirm the title going to the blue half of Manchester.This time, a goal from Abdoulaye Doucore after an awful error by David De Gea then slack defending from a cutback allowed James Rodriguez to draw The Toffees level. United rallied and, perhaps spurred on by needing to make amends for such wasteful defending, scored a third through Scott McTominay.The Red Devils were never settled, however, inviting Everton on, clinging on. In the 96th minute, a full two past the allotted extra time, their worst fears were confirmed as Dominic Calvert-Lewin got onto the second ball from a Digne free-kick and nudged home. United, so good for many periods, had to settle for a draw and hope Manchester City would drop points at Anfield.Liverpool 1-4 Manchester CityAs you can see from the scoreline, that didn’t happen and in some style as Manchester City dismantled any lingering fortitude the once awe-inspiring Anfield held for visiting teams. Having gone 68 games without defeat, the current champions have suffered three home defeats on the spin after 0-1 ‘blips’ against Burnley and Brighton were compounded by a reminder of Manchester City’s ruthless heart.City weren’t sparkling for the first half, although they would have taken the lead before the break if Ilkay Gundogan hadn’t blazed his spot-kick over the bar. In the second half, however, Gundogan made amends by opening the scoring after fine work from City’s front three, featuring English forwards Raheem Sterling and Phil Foden.Both those two would grab a goal, as would Gundogan, after two massive blunders by Liverpool’s Brazilian ‘keeper Alisson not once but twice made ridiculous passes in his own penalty area to gift chances to the opposition that they were never going to pass up. A final flourish from man-of-the-match Phil Foden saw the young City midfielder smash home a gleeful fourth past Alisson, who must have wished for Anfield to swallow him up.City march on, but Liverpool, now 10 points back, are surely out of contention to retain a crown that took them three decades to wear. After the game, Jurgen Klopp spoke to Liverpool’s own channel about the game and his disappointment about the concession of the three points.English Premier League Gameweek #22 Results:Aston Villa 1-0 ArsenalBurnley 1-1 Brighton & Hove AlbionNewcastle United 3-2 SouthamptonFulham 0-0 West Ham UnitedManchester United 3-3 EvertonTottenham Hotspur 2-0 West Bromwich AlbionWolverhampton Wanderers 0-0 Leicester CityLiverpool 1-4 Manchester CitySheffield United 1-2 Chelsea

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

Newcastle, Leeds และความสำคัญของการแสดงตน …


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาฟุตบอลยอมรับแนวคิดที่ว่าผู้จัดการที่ยึดมั่นในปรัชญาชุดความคิดเฉพาะไม่ขายน้ำมันงู ในระดับหนึ่งดูเหมือนว่าการมีความเข้าใจที่ชัดเจนในสิ่งที่คุณต้องการให้ทีมของคุณได้เปรียบในการแข่งขัน: ช่วยสรรหาผู้เล่นที่เหมาะสมทำให้การฝึกสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นให้บารอมิเตอร์ของความสำเร็จและวัตถุประสงค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคล ในระดับผู้บริหารบางครั้งอาจเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านระหว่างผู้จัดการคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่งได้ แต่ประโยชน์ของปรัชญาที่น่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเล่นกีฬาเท่านั้น ในช่วงเวลาอันสั้นของลีดส์ภายใต้บิเอลซ่ามันเป็นที่น่าประทับใจว่ามีความไม่เห็นด้วยเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการของเขา แฟน ๆ ส่วนใหญ่ยินดีที่จะยอมรับการแท้งบุตรเป็นการชดเชยที่ไม่ดี แต่จำเป็น การสมัครรับปรัชญาของ Bielsa ทำให้พวกเขาภูมิใจและสบายใจแม้ว่าเส้นคะแนนจะไม่ให้ความช่วยเหลือก็ตาม สิ่งนี้ให้ตัวตนกับสโมสรและเพื่อแฟน ๆ เป็นตัวแทนของสิ่งที่ไม่ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ นิวคาสเซิลนั้นตรงกันข้าม ไม่กี่วันหลังจากแพ้ลีดส์ทีมของบรูซชนะเอฟเวอร์ตัน ด้านข้างของเขาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ชาญฉลาดมีวินัยและชัยชนะช่วยลดความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการตกชั้น เขาไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อปัดเป่าความทุกข์อย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างลีดส์และนิวคาสเซิลนี้อยู่นอกเมืองสโมสรเดี่ยวที่สำคัญสองแห่งของอังกฤษ แฟน ๆ มักไม่เห็นว่าผู้จัดการพูดถึงปรัชญาและวิสัยทัศน์เป็นศัพท์แสงทางการตลาดหรือความสงสัยขององค์กร แต่มันเป็นเหตุผลที่จะกอดและเชื่อภูมิใจ ทีมอยู่ในส่วนล่างของตารางรูปแบบการเล่นที่ราบรื่นน่าดึงดูดและยืดหยุ่นได้รับเสียงปรบมือ แต่ไม่กี่เกม เมื่อบอกว่าเขาต้องเบี่ยงเบนไปจากวิธีการของเขาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เขาก็ไม่ลังเล ที่น่าประทับใจกว่านั้นคือแฟน ๆ ของสโมสรเพียงไม่กี่คนก็ทำเช่นกัน พวกเขาเข้าใจและชื่นชมแผนของเขา เขาเอาชนะไบรท์ตันท็อตแนมและลิเวอร์พูลในสี่วันในสัปดาห์นี้ ตรงข้ามกับเชลซีจริงๆ การไล่ออกของแฟรงค์แลมพาร์ดและการเปลี่ยนตัวของเขาโดยโธมัสทูเชลซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าสำหรับบทบาทนี้ทำเพื่อคว้าถ้วยรางวัล ท้ายที่สุดแล้วเอกลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยของเชลซี แต่มันทำให้แฟน ๆ รู้สึกไร้รากเหง้า: สิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่เป็นความรู้สึกว่าเส้นทางนั้นมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เกม คาสิโน ได้เงินจริง
เกม คาสิโน ออนไลน์
คาสิโน ใหม่ ล่าสุด
คาสิโน ออนไลน์ สล็อต
เฮง เฮง คาสิโน

Premier League Preview – Gameweek #23


There are many good games on offer in the English Premier League this weekend, with a full programme of fixtures.We start our look at some sportsbetting value at Old Trafford, where the last game saw nine goals, all for the home side.Manchester United vs. Everton (Saturday, 8pm GMT kick-off)Saturday night’s game features two sides in good form, as United host Everton under the lights in M13. Carlo Ancelotti’s side won 2-1 at Leeds United in their last game and have continued to bounced back after every stumble this season. As a result, they would be in the top four if they have played and won their two games in hand and are a dangerous side for the Red Devils to face.The same, of course, could be paid as a complement to Ole Gunnar Solskjaer’s United side, who have lost four home games, yet still find themselves just three points of the top, largely due to being unbeaten on the road in almost a year.Mastering their home form in the year without fans is the tricky part for a side usually cheered on by 76,000 voices. If they can do against Everton and Liverpool can do their old foes a favour, United could be top by Sunday evening, and on current form, they would be hard to displace.While we think United can do it, it’s going to be close and both sides have a lot in attack. For that reason, we’d encourage playing it safe when it comes to your sportsbetting pick.Our tip: Both teams to score (4/5)Liverpool vs. Manchester City (Sunday, 4.30pm GMT kick-off)Can Liverpool beat Manchester City, however? With problems in defence, midfield and attack, it’s hard to see how Jurgen Klopp’s men can overcome a side who have won 13 games on the spin.Last year, in the corresponding fixture, it was the Mersey men who triumphed 3-1 in convincing fashion.Can Liverpool turn their recent mixed form around and win on Sunday? Of course, but while they have talent all over the pitch, they also have sone real issues. The centre-backs look like the weakest position, but Alisson was badly missed against Brighton and up front, no Sadio Mane seems to mean no goals.While Liverpool could always go on a goal spree, we would be very worried about taking on City in current form. Even without Kevin De Bruyne, they look formidable and especially so at the back. If City can keep a tight rein on Mo Salah, then it could be a result to remember for Guardiola’s side.Our tip: Manchester City to win to nil (16/5)English Premier League Gameweek #23 Fixtures:Saturday 6th FebruaryAston Villa vs. Arsenal (12.30pm GMT kick-off)Our tip: Arsenal HT / Aston Villa FT (25/1)Burnley vs. Brighton & Hove Albion (3pm GMT kick-off)Our tip: Burnley to win (11/4)Newcastle United vs. Southampton (3pm GMT kick-off)Our tip: Newcastle to win and Callum Wilson to score (5/2)Fulham vs. West Ham United (5.30pm GMT kick-off)Our tip: West Ham to win and Antonio to score (5/2)Manchester United vs. Everton (8pm GMT kick-off)Our tip: Both teams to score (4/5)Sunday 7th February Tottenham Hotspur vs. West Bromwich Albion (12 noon GMT kick-off)Our tip: Draw and both teams to score (11/2)Wolverhampton Wanderers vs. Leicester City (2pm GMT kick-off)Our tip: Daniel Podence to score at any time (15/4)Liverpool vs. Manchester City (4.30pm GMT kick-off)Our tip: Manchester City to win to nil (16/5)Sheffield United vs. Chelsea (7.15pm GMT kick-off)Our tip: Sheffield United +1 goal (9/5)Monday 8th February Leeds United vs. Crystal Palace (8pm GMT kick-off)Our tip: Gary Cahill to score at any time (16/1)

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

ภาพรวมพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์ – ยูไนเต็ดตีนักบุญได้เก้าแต้ม


ตารางพรีเมียร์ลีกที่อัดแน่นไปอีกแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเริ่มการจลาจลที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดมาจากด้านหลังเพื่อเอาชนะเวสต์บรอมและแมนเชสเตอร์ซิตี้และลิเวอร์พูลและต่อสู้เพื่ออยู่ในการแข่งขันตำแหน่ง มันเป็นการแข่งขันที่อัดแน่นไปด้วยแอ็คชั่นในสัปดาห์นี้โดยมีทีม EPL ทั้งหมด 20 ทีมที่เล่นกันเป็นเวลาสามวันและเรามีการดำเนินการที่ดีที่สุดในแง่ของการเดิมพันกีฬา ตรวจสอบเป้าหมายให้มากในขณะที่เราเริ่มต้นและสิ้นสุด gemvik no. 22 ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 9-0 เซาแธมป์ตันชนะเจ้าภาพในพรีเมียร์ลีกด้วยสถิติเสมอเริ่มต้นด้วยปัญหาเลวร้ายด้วยใบแดง นาทีครึ่ง การแข่งขันใช้เวลาเพียง 79 วินาทีเมื่อ Alexandre Jankiewicz เข้าสู่ Scott McTominay สูงมากจนสามารถมองเห็นเส้นสามเส้นบนต้นขาด้านในของชาวสกอต เมื่อ McTominey รอดชีวิตจากการเล่น Jankiewicz ในการเปิดตัวพรีเมียร์ลีกของเขาเห็นสีแดงตรงและนักบุญก็รู้สึกจมดิ่งลงไป แน่นอนว่าเซาแธมป์ตันแพ้เลสเตอร์ซิตี้ 9-0 ที่สนามเซนต์แมรี่เมื่อฤดูกาลที่แล้วและถูกโจมตีด้วยแฟชั่นที่โหดร้ายถึงสองครั้งเนื่องจากยูไนเต็ดใช้ประโยชน์จากการมีชายพิเศษคนเดียวกับฟ็อกซ์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดประตูเกิดขึ้นในนาทีที่ 18 Aaron Van-Bissaka ทำประตูที่สองให้กับสโมสรจากการข้ามสูงสุดของ Luke Shaw การรื้อฟื้นการแสดงเป็นสิ่ง โชเซ่มูรินโญ่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในที่สุดอดีตผู้เล่นเซาแธมป์ตันก็แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในฟอร์มของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโอกาสในการอยู่แบ็คซ้ายโดยมีอเล็กซ์เทเลสที่คุกคามอยู่บนม้านั่ง ชอว์รับสองแอสซิสต์และมีส่วนสำคัญในการเพิ่มเป้าหมายอื่น ๆ เช่นอันดับสองของยูไนเต็ดซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมาร์คัสแรชฟอร์ดเข้าเส้นชัยอย่างรวดเร็วหลังจากเมสันกรีนวูดลดการขาดดุล มันเป็น 4-0 ในช่วงพักครึ่งซึ่งเป็นประตูโดย Jan Bednarek เสริมโดย Edinson Zwani ซึ่งทำประตูแรกของเขาที่ Old Trafford ด้วยหัวกระสุน อุรุกวัยที่เขียวชอุ่มตลอดปีนั้นยอดเยี่ยมหลังจากเซ็นสัญญากับปารีสแซงต์ – แชร์กแมงในช่วงซัมเมอร์และแม้ว่าหลายคนจะมองว่ามันเป็นความเสี่ยงที่ Solzayer จะนำอดีตดาวดังสู่ลีกเอิง แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผลงานชิ้นเอก ยูไนเต็ดอยู่ในช่วง 20 นาทีแรกของครึ่งหลัง แต่รวมถึงการเตือนผ่าน Martial (2), McTominay และ James James ด้วยการลงโทษจาก Bruno Fernandez ในเวลา 7 วินาทีเมื่อ Bednarek ผู้โชคร้ายถูกส่งออกไปเพื่อปฏิเสธการต่อสู้ซึ่งจะ เป็นแฮตทริกในเลขฐานสิบหก สำหรับเซาแธมป์ตันเป็นประสบการณ์ที่โชคร้ายที่สามารถสร้างความทรงจำที่เป็นอันตรายที่สามารถเพิ่มเข้าไปในฤดูกาลที่แล้วเท่านั้น สำหรับยูไนเต็ดขอเตือนว่าพวกเขาสามารถทำประตูได้ด้วยเจตจำนงเสรีของตัวเองหากมีเจตจำนง เล่นด้วยความเร่งด่วนนี้จนจบแคมเปญและทีมของ Solser จะอยู่ไม่ไกลจากจุดสูงสุด ดูไฮไลท์ของเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจด้านล่าง ฟูแล่ม 0-2 เลสเตอร์ซิตี้การแข่งขันที่คราเวนคอตเทจทำให้ทีมอยู่ใกล้กับด้านล่างของตารางต่อหนึ่งทีมที่อยู่ใกล้กับอันดับต้น ๆ แต่การแข่งขันนัดแรกระหว่างทั้งสองทีมก่อนหน้านี้ในฤดูกาลจบลงด้วยความโปรดปรานของทีมลอนดอนที่ขู่ว่าจะ ผลักไส ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นซ้ำหลังจากครึ่งแรกของ “สุนัขจิ้งจอก” โดยมีเจมส์เจมส์เมดิสันเป็นดาราอีกครั้ง กองกลางที่เคยเล่นให้โคเวนทรีและนอริชซิตี้ช่วยทำสองประตูในครึ่งแรกและหนามเตยที่มั่นคงในฝั่งของฟูแล่มด้วยการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยมให้กับ Kelechi Iheanacho และ James James Justin ซึ่งทั้งคู่ควบคุมได้ดี ในครึ่งหลังเลสเตอร์ไม่มีสองประตู แต่ “สุนัขจิ้งจอก” ยังคงรักษาฟูแล่มไว้ได้อย่างชำนาญและฝั่งมิดแลนด์ยังคงสบายใจที่จะปีนขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สามของตารางก่อนเกมต่อมา ดูไฮไลท์ทั้งหมดที่ Craven Cottage: Liverpool v Brighton & Hove Albion การต่อสู้ที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ระหว่างฝ่ายที่รับหรือเสียจุดโทษมากที่สุดของฤดูกาล ในขณะที่ไบรท์ตันลงเล่นเป็นผลมาจากการชนะท็อตแนม 1-0 อย่างน่าทึ่งช่วยคลายความกดดันที่มีต่อพวกเขาและลิเวอร์พูลชนะเกมเยือนนัดที่สองด้วยรูปแบบที่น่าเชื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกันในสิ่งที่ยังเป็นการพบกันที่นั่นและไม่มี . การแข่งขันนั้นทรมานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงโดยไม่มีการยิงเข้าเป้าในช่วง 56 นาทีแรก แต่นั่นคือตอนที่ไบรท์ตันได้จุดเริ่มต้นสตีเว่นอัลเซตเปิดการให้คะแนนเมื่อเขายิงจากแดนเบิร์นเพื่อทำให้แอนฟิลด์ต้องตะลึง ลิเวอร์พูลผสมกันและระเบิด แต่ส่วนใหญ่ไม่มีพลังกับฝั่งที่ดื้อรั้นของนางนวลที่เอาชนะอย่างยอดเยี่ยมโดย Yves Bisuma ในห้องเครื่อง ช่วงปลายลิเวอร์พูลก้าวไปข้างหน้าด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกดดันอีควอไลเซอร์ แต่นั่นไม่เคยเกิดขึ้นจริงมันคงไม่สมควรได้รับ คนของ Jurgen Klopp ซึ่งอับอายทั้งบ้านทั้งเบิร์นลีย์และไบรท์ตันตอนนี้ไม่ได้รับการโต้แย้งอย่างแน่นอนสำหรับตำแหน่งที่พวกเขามาถึงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำหรับทีมไบรท์ตันจากเกรแฮมพอตเตอร์ชัยชนะ 1-0 กับสเปอร์สและลิเวอร์พูลเอาชนะการรักษาความปลอดภัยชายฝั่งทางใต้ได้อย่างแน่นอน ผลบอลพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์: เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด 2-1 เวสต์บรอมวิชอัลเบียนวูล์ฟแฮมป์ตัน 2: 1 อาร์เซนอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 9: 0 เซาแธมป์ตันยูคาลิปตัสยูไนเต็ด 1-2 คริสตัลพาเลซเบิร์นลีย์ 0-2 แมนเชสเตอร์ซิตี้เลสเตอร์ 1-2 เอเวอร์ตันแอสตัน วิลล่า 1-3 เวสต์แฮมยูไนเต็ดลิเวอร์พูล 0-1 ไบรท์ตันแอนด์โฮฟอัลเบี้ยน

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777

ใครจะถูกปลดออกจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ?


การต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษจะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน แต่การต่อสู้เพื่ออยู่ในดิวิชั่นนั้นอาจจะยากกว่าสำหรับทีมที่เกี่ยวข้อง ด้วยสโมสรต่างๆเช่นแมนเชสเตอร์ซิตี้ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต่างก็พยายามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษปี 2020/21 เจ้ามือรับแทงกำลังปกป้องเจ้ามือรับแทงว่าใครสามารถคว้าถ้วยรางวัลได้ แต่เมื่อพูดถึงสามอันดับแรกเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด, ฟูแล่มและเวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยนมีโอกาสตกชั้น สโมสรใดจะรอดพ้นจากการตกชั้นได้หรือไม่และถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะเข้ามาแทนที่และแข่งขันในรายการแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลหน้าได้ ลองมาดู สองทีมดูล้มเหลวตามราคาล่าสุดเวสต์บรอม (1/11) และเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด (1/9) ต่างมองหาความมั่นใจในการแข่งที่จะตกชั้น หนึ่งในอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลาดการพนันนี้คือชัยชนะของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดเมื่อคืนที่ผ่านมา ชัยชนะ 2-1 จากด้านหลังเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับ “Blades” แต่อาจจะยิ่งใหญ่กว่าสำหรับ “Buggy” ด้วยโอกาสในการอยู่รอดอย่างแท้จริงจากการเดิมพันในเสียงนกหวีดครั้งสุดท้าย แซมอัลลาร์ไดซ์ทำลายเซ็นสี่วันสุดท้ายเพื่อพยายามป้องกันการล่มสลาย แต่นั่นจะเพียงพอหรือไม่ ด้วย 16 เกมสำหรับทีมส่วนใหญ่ที่จะผ่านไปหลังจากการแข่งขันรอบนี้เวลากำลังจะหมดสำหรับทั้งสองฝ่ายเพื่อหนีการตก ความสิ้นหวังในการป้องกันสำหรับผู้จัดการทีมทั้งสองคนการทำประตูโดยทั่วไปเป็นปัญหาโดยมีเพียง 14 ประตูจาก 22 เกมให้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ดและ 18 จาก 22 สำหรับเวสต์บรอม จุดอ่อนในการป้องกันของฝ่ายหลังเป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากอัลลาร์ไดซ์ต้องพลิกการป้องกันที่เลวร้ายที่สุดในดิวิชั่นอย่างน่าเชื่อถือเวสต์บรอมแพ้ 52 ครั้ง สำหรับการเปรียบเทียบเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดยึดมั่นโดยยิงไป 35 ประตูในตาข่าย ชัยชนะสามครั้งในห้าเกมที่ผ่านมาสร้างความหวังให้กับทีมของคริสไวล์เดอร์ แต่พวกเขายังคงต่ำที่สุดโดยมีคะแนนเต็ม 10 จากความปลอดภัย ใครจะเป็นคนสุดท้าย? ในขณะที่ฟูแล่มเป็นอันดับสุดท้ายในการตกชั้น แต่ทีมจากลอนดอนมี 7 คะแนนจากการรักษาความปลอดภัยโดยมีการแข่งขันคืนนี้กับเลสเตอร์ในมือ มันอาจจะดูยาก แต่ Cottagers เอาชนะ Foxes ที่ King Power Stadium ระบุว่าเจมี่วาร์ดี้ไม่น่าจะเสี่ยงฟูแล่มจะทำให้ลีกเป็นสองเท่าของอีสต์มิดแลนด์คืนนี้ได้หรือไม่? ด้วยทีมอย่างเบิร์นลีย์ไบรท์ตันและนิวคาสเซิลต่างก็อยู่ในรูปแบบผสมและมองข้ามไหล่ของพวกเขาปัจจัยที่สามารถดึงทีมตกชั้นอื่น ๆ ที่ดิ้นรนเพื่อเข้าร่วมสามทีมลงคือความกดดันซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหนึ่งในสามด้านที่อยู่ต่ำกว่า ดอทไลน์ตีเข้ารูปดี นี่คืออัตราการตกชั้นล่าสุดในพรีเมียร์ลีก พรีเมียร์ลีกอังกฤษราคาตกชั้น: เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 1/11 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด – 1/9 ฟูแล่ม – 8/13 นิวคาสเซิลยูไนเต็ด – 9/4 เบิร์นลีย์ – 6/1 ไบรท์ตัน – 8/1 วูล์ฟส์ – 35/1 คริสตัลพาเลซ – 50/1 เซาแธมป์ตัน – 500/1

หวยออนไลน์
เล่นหวยออนไลน์
ไพ่ออนไลน์
เว็บ คาสิโน
คาสิโน777